sub visual

Client Download

ข่าวสาร

GM Note

[GM Note] พบกับ "รัน" อาชีพที่ 17 ของ Black Desert

  • 2019.04.10 07:00
  • / by Black Desert

 

เมื่อน้ำตาหลั่งไหล ความตายก็ออกมาร่ายรำ

อาชีพที่ 17 ของ Black Desert "รัน"

 

The MMORPG Black Desert

สวัสดีนักผจญภัยทุกท่าน

 

ในที่สุด "รัน" อาชีพลำดับที่ 17 ก็ได้ปรากฏตัวใน Black Desert

อีกหนึ่งอาชีพที่มีเอกลักษณ์ทั้งด้านการต่อสู้และอาวุธที่แปลกใหม่


เรื่องราวที่น่าตื่นเต้น พร้อมให้ทุกท่านได้ติดตามใน GM Note นี้แล้ว

 


 

วีดีโอการต่อสู้ของรัน

การโจมตีด้วยลูกตุ้มขวาน พลังที่ไม่อาจคาดเดาได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดอกไม้งามแห่งตะวันตกผู้มีพลังลบล้างความชั่วร้าย

 

ราชอาณาจักรทางตะวันออกอันห่างไกล มีพระราชวังที่เรียกว่า “คิริน” ตั้งตระหง่านอยู่

เหล่าแมกไม้ที่อยู่ด้านหลังของพระราชวังคิริน เริ่มเติบโตจนปกคลุมไปถึงด้านใน ราชวงศ์ที่โด่งดังในอาณาจักร จึงต้องปรึกษากันเกี่ยวกับนัยยะของลางบอกเหตุนี้ แต่ไม่นานเงาสีดำก็เริ่มคลืบคลานกลืนกินพระจันทร์ พร้อมกับแสงบางอย่างที่สว่างขึ้นมาจากอีกฟากหนึ่งของป่าที่อยู่ใกล้ๆ และกลิ่นหอมหวนนุ่มนวลที่อบอวลอยู่รอบๆ พระราชวัง

 

หนึ่งในนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงกล่าวว่า “นี่มันกลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้.... กลิ่นนี้กระจายตัวไปทั่วๆ หมู่บ้านใกล้เคียงมาเป็นระยะเวลาหลายวันแล้ว ไม่คิดหรือว่ามันอาจจะเป็นลางบอกเหตุที่ดี อีกทั้ง ดอกไม้ที่ให้กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วนี้.... จะเป็นแค่ดอกไม้ธรรมดาๆ ได้อย่างไรกัน” ทันทีที่นักปราชญ์พูดจบ กษัตริย์ก็ไม่รอช้า รีบสั่งให้เหล่าทหารเข้าไปในป่าและหาต้นตอของกลิ่นนี้ โดยไม่ทำลายป่าไม้

 

เหล่าทหารได้พยายามตามหาต้นตอของกลิ่นหอมนี้ โดยการเดินตามแสงสว่างเข้าไปในป่าที่มีระยะทางไกลพอสมควร จนในที่สุดพวกเขาก็ค้นพบดอกกล้วยไม้งามและทารกตัวน้อยที่งดงามไม่ต่างจากดอกไม้ที่ผลิบานอยู่ใกล้ๆ

 

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าทารกหญิงคือเทพธิดาแห่งดอกกล้วยไม้ที่เกิดมาในอาณาจักรนี้ด้วยพรจากสวรรค์เบื้องบน ทั่วราชอาณาจักรรู้สึกปิติยินดี แม้กระทั่งกษัตริย์ที่ปกติแล้วเป็นคนที่มีนิสัยเหี้ยมโหด ก็สาบานที่จะเลี้ยงดูทารกด้วยตัวของเขาเอง เพื่อให้เด็กได้เติบโตมาปกป้องราชอาณาจักรแห่งนี้

 

เด็กหญิงมีศักยภาพและพรสวรรค์ที่น่าเหลือเชื่อ เหล่าอาจารย์ที่สอนศิลปะการต่อสู้ในราชอาณาจักรนี้ต่างอยากให้เธอมาเป็นลูกศิษย์ด้วยกันทั้งนั้น แต่กษัตริย์ก็ยืนยันคำเดิม ว่าจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะฝากเธอกับอาจารย์ท่านใด

 

เด็กหญิงผู้มากพรสวรรค์ถูกสอนให้เรียนรำดาบสำหรับทำพิธีในงานเทศกาลและในวาระพิเศษอื่นๆ แต่ไม่ว่าเธอจะมีความสามารถมากแค่ไหน เธอกลับถูกปิดกั้นไม่ให้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้

 

แม้ว่าเธอจะไม่ได้ใช้ร่างกายของเธออย่างเต็มที่ตามที่ปรารถนา แต่จิตใจของเธอได้รับการขัดเกลาจากเหล่านักปราชญ์ดีๆ มากมายรอบตัว

 

เมื่อเวลาผ่านไป เด็กสาวก็มีอายุ 16 ปี เธอก็ได้กลายเป็นผู้พิทักษ์แห่งศาลเจ้าและมีบทบาทหน้าที่เพิ่มขึ้นมากมาย เธอทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อราชอาณาจักรของเธอด้วยวาทศิลป์และจิตใจที่ดีงามไม่มีใครเปรียบได้ เธอปรารถนาให้ราชอาณาจักรกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องหลังจากอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ที่มีจิตใจโหดเหี้ยมมาเป็นเวลานาน

 

ผู้คนมากมายต่างชื่นชมและชื่นชอบในตัวเด็กสาว... แต่ก็มีบางคนที่ไม่คิดเช่นนั้น

 

และเขาก็ “กังฉิน” ชายผู้เป็นข้าราชบริพารของกษัตริย์ที่กำลังเบื่อหน่ายกับการถูกลดทอนความสำคัญอันเนื่องมาจากความโดดเด่นของเด็กสาวผู้เป็นผู้พิทักษ์แห่งศาลเจ้า เขาจึงวางแผนที่จะใส่ร้ายเด็กสาวและก้าวสู่การเป็นคนสนิทของกษัตริย์

 

วันหนึ่ง ข้าราชบริพารผู้ทรยศได้เข้าพบกษัตริย์และกระซิบที่ข้างหูกษัตริย์ว่า “ตลอดหลายปีมานี้ กระหม่อมเป็นข้าราชบริพารผู้ภักดีและเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับราชอาณาจักรมาโดยตลอด ด้วยความสัตย์ จริงแล้ว...กระหม่อมไม่ได้จะกล่าวหาใครหรอกนะฝ่าบาท แต่กระหม่อมรู้สึกว่า เด็กสาวที่ถูกทิ้งไว้กับดอกกล้วยไม้นั่น กำลังทำตัวเหมือนกับว่านางมีสิทธิ์ในการตัดสินชะตากรรมของราชอาณาจักรเรา… และเธออาจจะมีฝันไกลกว่านั้นก็เป็นได้...ฝ่าบาท....ท่านไม่รู้สึกแบบข้าบ้างรึ ?”

 

คำพูดของกังฉินได้ทำให้กษัตริย์กังวล เพราะเขาเองที่เป็นคนพาเด็กสาวมายังราชอาณาจักร พร้อมเลี้ยงดูเธออย่างดี และตอนนี้เธอก็ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างมาก ทำให้กษัตริย์เริ่มกลัวว่า เด็กสาวจะเป็นภัยคุกคามต่อตัวเองและวางแผนเพื่อแย่งชิงบัลลังก์

 

ความจริงเกี่ยวกับความนิยมของเด็กสาว และความกลัวที่จะถูกโค่นล้มอำนาจทำให้กษัตริย์เห็นด้วยกับคำพูดของข้าราชบริพารอย่างกังฉิน โดยไม่ต้องสงสัย

 

เด็กสาวถูกกักบริเวณและได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก เฉพาะเวลาที่ต้องทำพิธีให้กับศาลเจ้าเท่านั้น

 

จนอยู่มาวันหนึ่ง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งปีนข้ามกำแพงและแอบเข้าไปในเขตที่อยู่ของผู้พิทักษ์ศาลเจ้า ชายหนุ่มจึงทักเด็กสาว พร้อมแนะนำตัวเองว่า ตนเป็นสมาชิกทหารฝีมือดีของพระราชวัง และมีชื่อว่ายองรึงฮยาง สักวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งและเก่งกาจที่สุดในราชอาณาจักร

 

“ผู้พิทักษ์ ข้ารู้ว่าเจ้ามีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมและกำลังรอที่จะปลดปล่อยมันออกมาอยู่ ใครๆ ก็รู้ว่าเจ้ามีทักษะอันดีเลิศผ่านฝีมือการรำดาบของเจ้า ทุกคนต่างประทับใจในตัวเจ้ามาก แต่เจ้าคิดดีแล้วหรือ ? ที่จะจมปลักอยู่กับการเรียนรู้และพัฒนาฝีมือผ่านการอ่านตำราเพียงอย่างเดียว”

 

เด็กสาวเห็นด้วยกับคำพูดของชายหนุ่มก็ได้กลับไปคิดไตร่ตรองทั้งคืนทั้งวัน และเพื่อเป็นการฉลองโอกาสอันดีที่ได้รู้จักกันนี้ ยองนึงฮยางได้มอบผ้าผืนยาวที่แข็งแรงให้กับเด็กสาว เพื่อให้เธอมัดผมระหว่างการฝึกฝนที่เข้มงวด ทั้งสองเริ่มต้นการฝึกฝนด้วยกัน โดยที่ไม่มีใครในราชอาณาจักรรู้ เด็กสาวผู้พิทักษ์ทั้งฉลาดและมีพรสวรรค์ ในไม่ช้าทักษะศิลปะการต่อสู้ของทั้งสองคนก็เข้ากันได้อย่างดีและพัฒนาจนเก่งขึ้นเรื่อยๆ

 

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี เด็กสาวผู้พิทักษ์ศาลเจ้าตัวน้อย ก็เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่สง่างามและเฉลียวฉลาด อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในราชอาณาจักรมากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า ในขณะเดียวกัน ยองรึงฮยางก็ได้ประสบความสำเร็จในการฝึกฝนและได้กลายเป็นวีรบุรุษที่เป็นที่พูดถึงทั่วราชอาณาจักร

 

กษัตริย์ที่ตกอยู่ในห้วงของความหวาดระแวงและความอิจฉาริษยาที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ในตอนนี้ เขาต้องการเพียงที่จะขับไล่หญิงสาวออกจากราชอาณาจักร โดยมิให้ประชาชนรู้ความจริงนี้

 

วันหนึ่ง ข้าราชบริพารกังฉินได้พูดกับกษัตริย์ว่า “ฝ่าบาท… กระหม่อมกลัวเหลือเกิน… กระหม่อมมั่นใจว่านางพยายามที่จะเอาชนะท่านด้วยการชักจูงประชาชนให้ชื่นชอบนาง เพื่อที่จะได้ครองบัลลังก์ของท่านได้ง่ายขึ้น… ท่านควรบัญชาให้นางไปยึดครองวังออชี พร้อมๆ กับยองรึงฮยาง เจ้าตัวปัญหานั่น... ท่านทราบหรือไม่... ยองรึงฮยางกำลังรวบรวมประชาชน เพื่อก่อการกบฏ เพราะฉะนั้น นี่เป็นโอกาสที่จะขับไล่ทั้งสอง... แล้วท่านจะไม่ต้องกังวลว่าใครจะมายึดครองอำนาจอีกต่อไป”

 

หลังจากที่หญิงสาวผู้พิทักษ์ศาลเจ้าและยองรึงฮยางได้รับคำบัญชาให้โจมตีวังออชี ทั้งสองและกองทัพเล็กๆ ก็รีบตรงไปยังจุดหมายทันที แม้ว่ายองรึงฮยอง จะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกมากที่มีการจัดสรรเสบียงและกองกำลังพลน้อยสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เขาก็ไม่กล้าตั้งคำถามต่อคำบัญชาของกษัตริย์

 

อย่างไรก็ตาม ยองรึงฮยางก็เชื่อว่าชัยชนะไม่อยู่ไกลเกินเอื้อม เพราะมีผู้พิทักษ์ศาลเจ้าอยู่เคียงข้าง เพราะถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ถึงจิตใจที่กล้าหาญของเธอ แต่ยังไม่มีใครรู้ถึงทักษะการต่อสู้ที่แท้จริงของเธอ นอกจากยองรึงฮยางที่ฝึกฝนร่วมกับเธอมาเป็นเวลานาน

 

หญิงสาวผู้พิทักษ์ศาลเจ้ากับยองรึงฮยางและพรรคพวก เดินทางมาเป็นเวลา 6 วันแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของวังออชีเลย ตอนนี้ กองทัพเล็กๆ ของเขาได้หยุดพักที่กลางทุ่งต้นอ้อที่กำลังพริ้วไหวตามแรงลมดั่งคลื่นในทะเล ทันใดนั้น เหล่าทหารอีกกองทัพหนึ่ง พร้อมกับข้าราชบริพารผู้ทรยศ ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมหันอาวุธเข้าหาหญิงสาวและยองรึงฮยาง

 

ในตอนนั้น ยองรึงฮยางรู้ตัวทันทีว่าการเดินทางที่ยาวนานและไร้จุดหมายนี้ รวมถึงเสบียงและกองกำลังที่จัดมาให้เพียงน้อยนิด คืออุบายที่กษัตริย์วางแผนเพื่อกำจัดเขาและหญิงสาว

 

ทั้งสองรู้สึกถึงความขัดแย้งภายในจิตใจ แต่ก็ตั้งสติขึ้นมา เพราะนี่เป็นการต่อสู้ที่เดิมพันชีวิตและต้องเอาตัวรอดให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้น คู่ต่อสู้ต่างก็เป็นเพื่อนร่วมชาติที่เคยทำงานและฝึกฝนมาร่วมกัน แต่เหล่าทหารซึ่งรับคำสั่งจากกษัตริย์ไม่เกรงกลัวยองรึงฮยางและหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย พวกเขาหันอาวุธใส่ทั้งสองและพุ่งเข้าใส่อย่างไม่รีรอ

 

ในขณะที่ยองรึงฮยางและหญิงสาวยืนนิ่งไม่ไหวติง เพราะความตกใจและความขัดแย้งภายในจิตใจ เหล่าเพื่อนทหารของยองรึงฮยางก็ได้พุ่งเข้ามาต่อสู้กับทหารของกษัตริย์ เพื่อปกป้องทั้งสอง แต่เมื่อเห็นภาพของเพื่อนที่บาดเจ็บและล้มตายทีละคน… ยองรึงฮยางก็ร้องครวญครางออกมาเสียงดังด้วยความเสียใจ เขาหยิบดาบจากศพของเพื่อนที่ล้มอยู่กับพื้นและเริ่มโจมตีกลับด้วยความแค้นอย่างบ้าคลั่ง แล้วก็ได้เหลือบไปเห็นลูกตุ้มขวานที่กำลังกวัดแกว่งและฟาดฟันเข้าใส่ศัตรู

 

หญิงสาวผู้พิทักษ์แห่งศาลเจ้า เธอคือเจ้าของลูกตุ้มขวานที่ปลายหนึ่งถูกผูกไว้กับผ้ายาว และอีกปลายหนึ่งถูกผูกไว้ที่ด้ามจับของกระบี่ ที่อยู่ในมืออีกข้างหนึ่งของเธอ… แน่นอนว่า ผ้ายาวผืนนั้นเป็นผ้าที่ยองรึงฮยางเคยให้เธอไว้เมื่อหลายปีก่อน แม้อาวุธในมือของเธอจะดูเป็นอาวุธที่แปลกตา แต่เธอกลับใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วและสง่างามอย่างที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน

 

ทำให้ยองรึงฮยางต้องรู้สึกสงสัย เพราะทั้งสองฝึกฝนด้วยกันมาเป็นเวลานาน แต่เขากลับไม่เคยรู้ถึงอาวุธลับของเธอ กี่ปีกันที่เธอฝึกฝนจนออกมาเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ไร้ที่ติเยี่ยงนี้

 

ยองรึงฮยางมองดูเธอต่อสู้ด้วยความรู้สึกที่ปะปน ถ้าเธอไม่ยอมแพ้ แล้วเขาจะยอมแพ้ได้อย่างไรกัน ?

 

การต่อสู้ย่อมมีเริ่มต้นและมีจุดจบ ข้าราชบริพารจอมทรยศถูกกำจัด ทุ่งต้นอ้อที่สวยงามกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แต่ในระหว่างนั้น ยองรึงฮยางกับหญิงสาวก็ได้กลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้รอบๆ ตัวพวกเขาแทนที่จะเป็นกลิ่นคาวเลือด

 

ยองรึงฮยางที่ตอนนี้ดูเหนื่อยล้าและไม่ค่อยสู้ดีนัก ปักดาบลงบนพื้นและนั่งพิงมันก่อนจะพูดกับหญิงสาวผู้พิทักษ์ว่า “เจ้าควรไปจากที่นี่ซะ… ไปทางตะวันตก ถ้าเจ้ากลับพระราชวังตอนนี้… พวกมัน.... จะต้องพยายามหาทางกำจัดเจ้าอีกแน่ๆ… เชื่อข้าเถิด ไปยังตะวันตกและหมั่นฝึกฝนการต่อสู้ทุกวัน… แล้วสักวัน… เมื่อเจ้าแข็งแกร่งมากพอ… เจ้าค่อยกลับมา… แต่ตอนนี้ จงรีบหนีไปจากที่นี่ซะ”

 

หญิงสาวที่ยังสับสนและไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมยองรึงฮยางถึงพูดเช่นนี้ ได้ยื่นมือออกไปเพื่อจับมือเขา แต่กลับถูกปัดมือทิ้ง แล้วเธอก็ได้เห็นดาบที่ปักทะลุอกของยองรึงฮยาง เธอเข้าใจในสิ่งที่ยองรึงฮยางพยายามบอกเธอในทันที น้ำตาของเธอเอ่อล้นขึ้นมา เมื่อยองรึงฮยางเห็นเช่นนั้น ก็ได้พยายามปลอบใจเธอ “อย่าเศร้าไปเลย… จำไว้… ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ… อยู่ในใจและจิตวิญญาณของเจ้า… ทุกครั้งที่เจ้าฝึกฝน… ขอให้รู้ว่าข้าจะคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เสมอ”

 

หลังจากที่พูดจบ ยองรึงฮยางก็หมดลมหายใจ หญิงสาวกอดร่างไร้ชีวิตของชายหนุ่มไว้ในอ้อมแขน คำพูดของเขาก้องกังวาลในหัวของเธอซ้ำไปมา ยองรึงฮยาง วีรบุรุษผู้ฉลาดและไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอจินตนาการว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตของเธอและเขา

 

หลังจากที่ฝังร่างของยองรึงฮยาง ภาพในอดีตก็ปรากฏขึ้นมา ภาพตอนที่เธอถูกกักขังให้อยู่ห่างจากผู้คน มันช่างโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เธอไม่อยากกลับไปมีชีวิตแบบนั้นอีก แต่ก็ไม่อยากจะวิ่งหนี แล้วก็รู้ดีว่าตนไม่สามารถใช้ชีวิตแบบนักปราชญ์ที่อยู่กับตำราไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนเล่ม เพราะตอนนี้ เธอได้ต่อสู้และปลิดชีพผู้อื่นไปแล้ว… เธอไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นสาวน้อยที่ไม่เคยยืนบนสนามรบอีกต่อไป

 

การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก จะต้องไม่ใช่จุดจบในชีวิตของเธอ เรื่องราวของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

 

เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไปยังตะวันตกและตั้งใจมุ่งมั่นฝึกฝน เพื่อที่สักวันจะแข็งแกร่งพอและกลับมายังบ้านเกิด จัดการคนทรยศที่ทำลายชีวิตเธอและยองรึงฮยาง

 

จากนี้ไป เธอจะเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งและสง่างามดั่งดอกไม้
ปกป้องคนที่อ่อนแอและลบล้างความชั่วร้าย

 

แนะนำรัน

 

 

รัน จะใช้อาวุธที่มีเอกลักษณ์อย่าง 'ลูกตุ้มขวาน' ในการต่อสู้ และนอกจากเธอจะสามารถเหินในอากาศได้อย่างพริ้วไหวและว่องไวแล้ว เธอยังสามารถทำลายศัตรูด้วยการขว้างลูกตุ้มขวานอย่างทรงพลัง จนทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

 

หากเริ่มการต่อสู้แล้ว รัน จะใช้ทักษะต่อเนื่อง เพิ่มความแม่นยำและสร้างความเสียหายให้กับศัตรู

 

ทักษะหลักของรัน

ลูกเตะผีเสื้อ

ปล่อยลูกตุ้มขวานลงด้านล่างชั่วขณะและเตะศัตรูอย่างรุนแรง

ทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายและล้มลง

 

ดอกหญ้าราตรี

หมุนตัวและขว้างลูกตุ้มขวานลงพื้น เพื่อทำให้พื้นดินบริเวณที่ศัตรูยืนสั่นไหวจนศัตรูล้มลง

และดึงศัตรูเข้ามาหรือผลักออกไปตามต้องการด้วยทักษะต่อเนื่อง

 

เหินอากาศ

กระโดดขึ้นไปในอากาศอย่างความพริ้วไหว
และบังคับทิศทางตามต้องการขณะที่อยู่บนอากาศ

 

โลหิตสังหาร

แกว่งลูกตุ้มขวานและขว้างใส่ศัตรู เพื่อสร้างความเสียหายที่หนักหน่วง

 

สายลมแผ่วเบา

กระโดดและพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างว่องไว
สร้างความเสียหายแก่ศัตรูตามต้องการด้วยทักษะต่อเนื่อง

 

DarkSchneider
ดันไม่ให้ใบเพิ่มช่องตัวละครมา -*- 04/10 07:27
LeeJieun
เขาจะให้เพิ่มช่องฟรี สลับกันครับ เช่นรอบนี้ฟรี รอบหน้าเสียตัง 40บาทเองลด50% 04/16 14:30
prev 1 next
back prev next
หมวดหมู่ หัวข้อ วันที่อัพโหลด
ไม่พบเนื้อหา