หลังจากนั้น เธอก็ได้ให้กำเนิดทายานทั้งสอง “คาเนล” และ “เวดิล” ภายใต้พลังของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
ทายาททั้งสองได้รับพรจากเทพธิดาและได้สร้างอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นภายใต้การคุ้มครองของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
และไม่มีใครคาดคิดว่าสันติสุขตลอดกาลนี้ จะถูกคุกคาม

ปฏิทินเอลีออนปี 235

ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คามาซิลฟ์ต้องมอดไหม้ ด้วยความโลภของเวดิลกลุ่มหนึ่ง ทำให้ความสัมพันธ์ของเหล่าทายาทของซิลเวีย
ต้องแตกแยกและเป็นปรปักษ์ต่อกัน
หลังจากความขัดแย้งอันขมขื่นที่ยาวนาน กลุ่มอาฮีฟก็ได้ตัดสินใจออกจากเมืองกราน่า แต่ก่อนที่พวกเขาจะออกจากเมือง
พวกกลุ่มอาฮีฟ ก็ได้ผนึกคาถาอันแข็งแกร่งไว้ที่รากของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สายพันธ์ระหว่างคามาซิลเวียและผู้สังเกตการณ์แห่งโลกใต้พิภพต้องจบลง

คาถาปิดผนึกที่พวกกลุ่มอาฮีฟทิ้งไว้ที่รากของคามาซิลฟ์ได้กลายเป็นเส้นทางเชื่อมต่อสู่ป้อมปราการแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่อ
าศัยของลูกชาย ผู้เป็นทายาทของเทพธิดาซิลเวียอีกหนึ่งคน และเหล่าลูกหลานแห่งคามาซิลเวียที่ยังไม่เคยได้ปรากฏตัวบ
นผืนโลก
พวกเขาชำนาญด้านการใช้อาวุธประเภทธนู และใช้ชีวิตอยู่กับโชคชะตาที่ต้องสร้างป้อมปราการ เพื่อปกป้องไม่ให้พลังแห่
งค วามมืดบุกรุกเข้ามาถึงรากของคามาซิลฟ์ได้

ผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้สังเกตการณ์ใต้พิภพหรือเหล่าลูกหลานของเทพธิดานั้น รู้จักกันในนาม 'ลูธรากอน' และเรียกป้อม
ปราการปกป้องรากของคามาซิลฟ์ว่า 'อาร์ดวีล'
พลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาที่เปล่งออกมาจากรากไม่ได้เป็นเพียงแค่แรงผลักดันในการใช้ชีวิตให้แก่เหล่าลูธรากอน แต่ยังเ
ป็นแหล่งกำเนิดของพลังในการต่อสู้ของพวกเขาแต่แล้ววันหนึ่ง ไม่มีผู้ใดใต้พิภพได้ยินเสียงของเทพธิดาอีก พร้อมกับการข
าดการติดต่อของพี่น้องที่อยู่บนผืนดิน เหล่าลูธรากอนไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถูกเ
ปลวไฟร้อนเผาไหม้จนแทบไม่เหลือแล้ว

ผู้เฒ่าที่คอยดูแลอาร์ดวีลมาตั้งแต่กำเนิดโลกได้บอกกับเหล่าลูธรากอนว่า ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเหล่าพี่น้องของเราบน ผืนดินนั้นเป็นแน่ ผู้เฒ่าปลอบเหล่าลูธรากอน พร้อมกำชับให้เชื่อใจกันและกันมากขึ้น โดยไม่ลืมหน้าที่ของตนในการทำ
ทุกวิถีทาง เพื่อรักษาป้อมปราการเอาไว้
หลังจากเวลาผ่านไปนานแสนนาน พวกลูธรากอนก็ได้กลับไปมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้เฒ่าได้กำชับเอาไว้ จนกระทั่ง รุ่งเช้าของวันหนึ่ง ขอบฟ้ากลับมืดสนิทด้วยฝูงของวิญญาณมืด เหล่าลูธรากอนมากมาย ต้องสูญเสียชีวิตลงตรงหน้ากองกำลังของฝ่ายตรงข้ามที่เหนือกว่าอย่างน่าเวทนา แต่เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เมื่อการโจมตีดำเนินอย่างต่อเนื่อง รากของต้นคามาซิลฟ์ที่ขยายออกตั้งแต่ใจกลางของป้อมปราการอาร์ดวีลจนถึงสุดขอบฟ้า ก็เกิดรอยแยก ทำให้ ‘แสงสว่าง’ ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ส่องออกมาจากรอยแยกนั้น เหล่าวิญญาณมืดที่วิ่งเข้าหาแสงสว่างเหมือนถูกดูดเข้าไป ก็สลายหายไปเป็นเสี่ยงๆ
ชายหนุ่มลูธรากอนหนึ่งคน มองดูชะตากรรมที่เลี่ยงไม่ได้ของพวกพ้องและฉุกคิดว่า อีกฟากหนึ่งของรอยแยกนั้น จะต้องมี ‘ความหวัง’ ใหม่
เขาจึงตัดสินใจเดินฝ่าสนามรบที่นองไปด้วยเลือดและมุ่งตรงไปยังรอยแยก ผู้เฒ่าที่เห็นลูธรากอนหนุ่มวิ่งตรงไปยังรอยแยก รีบเข้าไปขวางทางด้วยความตกใจ พร้อมตะโกนด้วยเสียงที่แหบแห้ง
“หยุดนะ ! เจตนารมณ์ของแม่เจ้าอยู่ท่ามกลางเลือดที่นองในสนามรบ เหตุใดเจ้าจึงหันหลังให้พี่น้องของเจ้าได้ลงคอ จงกลับไปปกป้องและสู้เพื่อพวกพ้องของเจ้าเถิด !”
พายุแห่งความขัดแย้งภายในจิตใจของลูธรากอนหนุ่มได้พัดกระหน่ำ
ข้าคือลูกศรที่สามารถทำให้ค่ำคืนอันมืดมิดเปล่งไปด้วยแสงสว่าง ข้าคือดวงตาและเสียงแตรต้อนรับรุ่งอรุณ ข้าคือผู้สังเกตการณ์แห่งโลกใต้พิภพที่ถูกมอบหมายให้อุทิศเกียรติภูมิและชีวิตนี้ เพื่อปกป้องอาณาจักรที่อยู่เบื้องบนของรากแห่งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์คามาซิลฟ์
ตั้งแต่เกิดมา ข้าไม่เคยนึกสงสัยเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่ครั้งเดียว ข้าเพียงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับพวกพ้องของข้าเท่านั้น แต่ตอนนี้ … ข้ากำลังคิดจะทำอะไรอยู่ ? พวกพ้องของข้ากำลังทรุดลงท่ามกลางกองเลือดแท้ๆ ...
ทันใดนั้น ก็มีลำแสงหนึ่งพุ่งออกมาจากรอยแยก และทะลุเข้าไปที่กลางอกของลูธรากอนหนุ่ม ลำแสงนั้นคือพลังของเทพธิดาที่หลงเหลืออยู่ในรอยแยก
พลังอันบริสุทธิ์และอบอุ่นที่โอบกอดลูธรากอนหนุ่มท่ามกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ทำให้เขารู้สึกว่า เขาไม่จำเป็นที่จะต้องยึดติดอยู่กับความคิดหรือภาระหน้าที่เดิมๆ อีกต่อไป
ลูธรากอนหนุ่มยื่นมือทั้งสองออกไปที่รอยแยกที่มีแสงอันอบอุ่นส่องออกมา และพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบากับผู้เฒ่าที่ล้มลงด้วยความตกใจ
“หลีกทางให้ข้าเถิดท่านผู้เฒ่า เจตนารมณ์ของท่านแม่ อยู่อีกฟากหนึ่งของรอยแยกนี้”